| บุคคลสำคัญด้านสายตา
ประวัติศาสตร์ · การผ่าตัดต้อกระจก

Jacques Daviel ศัลยแพทย์ผู้บังเอิญประดิษฐ์การผ่าตัดต้อกระจกสมัยใหม่

เด็กชายจากนอร์ม็องดีที่ฝึกฝีมือในรูอ็องและปารีส แล้วเดินทางสู่เมืองท่า Marseille — วันที่ 8 เมษายน 1747 ขณะที่การผ่าตัดกำลังผิดพลาดกลางคัน เขาตัดสินใจในแบบที่ไม่มีใครเคยทำ และเปลี่ยนประวัติศาสตร์ตลอดกาล

S
Suraphun Parsuraphun
Optician Lens Specialist
P
Ploychompoo Parsuraphun
Optometrist
อ่าน ~8 นาที
Jacques Daviel portrait

ก่อน Daviel ต้อกระจก = รอจนตาบอดแล้วเอาเข็มแทงเข้าไปในตา หลัง Daviel = ผ่าตัดเอาเลนส์ขุ่นออกจริงๆ

1747 ปีที่ Daviel ผ่าตัดแบบใหม่สำเร็จครั้งแรก
206 เคสผ่าตัดสำเร็จที่ Daviel บันทึกไว้
20M+ ผ่าตัดต้อกระจกทั่วโลกต่อปี (ปัจจุบัน)
ก่อน
1747

ยุค Couching — เอาเข็มแทงเข้าไปในตา

ต้อกระจก = รอจนตาบอด · Couching = ดันเลนส์ให้ตก · ไม่มียาชา

ต้อกระจก (Cataract) คือภาวะที่เลนส์แก้วตา (Crystalline Lens) ขุ่นมัว ทำให้มองเห็นไม่ชัด เหมือนมองผ่านกระจกฝ้า ก่อนปี 1747 วิธี "รักษา" มีอยู่วิธีเดียว — Couching

Couching คือการเอาเข็มแหลมหรือมีดเล็กๆ แทงเข้าไปในตาจากด้านข้าง แล้วดันเลนส์ที่ขุ่นให้หลุดออกจากตำแหน่งเดิม ตกลงไปข้างล่างในลูกตา ทำให้แสงผ่านเข้ามาทาง Pupil ได้โดยไม่ถูกเลนส์ขุ่นบัง

ดวงตาที่มีต้อกระจก Cataract
ต้อกระจก (Cataract) — เลนส์แก้วตาขุ่นมัว ทำให้ตาบอดชั่วคราว — Daviel หาวิธีรักษาในปี 1748 — Wikimedia Commons / CC BY-SA

ฟังแล้วน่ากลัว และเป็นแบบนั้นจริงๆ ยุคนั้นไม่มียาชา ไม่มียาฆ่าเชื้อ ผู้ป่วยต้องทนเจ็บตลอดการทำหัตถการ โอกาสติดเชื้อสูงมาก หลายคนตาบอดถาวรหลังทำ Couching เพราะเลนส์ที่ถูกดันลงไปยังอยู่ในลูกตา ทำให้เกิดการอักเสบตามมา

แต่ถึงจะเสี่ยงขนาดนี้ คนก็ยังยอมทำ เพราะทางเลือกมีแค่สองอย่าง — ตาบอดต่อไป หรือเสี่ยงทำ Couching

วิธีรักษาต้อกระจกโบราณ Couching
Couching — วิธีรักษาต้อกระจกโบราณ โดยเขี่ยเลนส์ออกจากตำแหน่ง ก่อนที่ Daviel จะคิดวิธีตัดออก — Wikimedia Commons / Public Domain

Couching เป็นวิธีรักษาต้อกระจกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีหลักฐานว่าใช้กันตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ ประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาล และยังมีใช้อยู่ในบางพื้นที่ห่างไกลของแอฟริกาและเอเชียจนถึงศตวรรษที่ 20

🔪
1696 – 1747

Jacques Daviel — จากนอร์ม็องดีสู่ห้องผ่าตัดที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์

Normandy / Rouen / Paris / Marseille · ศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศส · Extracapsular Extraction · 8 เมษายน 1747
🔪
Jacques Daviel
1696 – 1762 · Surgeon, France
ศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศส ผู้ริเริ่มวิธีผ่าตัดต้อกระจกแบบ Extracapsular Extraction เป็นคนแรก เปลี่ยนแนวคิดจาก "ดันเลนส์ให้ตก" เป็น "เอาเลนส์ออกจากตา" ถือเป็นรากฐานของการผ่าตัดต้อกระจกสมัยใหม่
ภาพวาด Jacques Daviel จักษุแพทย์ชาวฝรั่งเศส
Jacques Daviel (1696–1762) — จักษุแพทย์ชาวฝรั่งเศสผู้ประดิษฐ์การผ่าตัดต้อกระจกแบบสมัยใหม่ — Wikimedia Commons / Public Domain

เด็กชายจากนอร์ม็องดี — ฝรั่งเศสยุคแห่งแสงสว่าง

Jacques Daviel เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 1696 ที่หมู่บ้าน La Barre-en-Ouche ในแคว้น Normandy ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส — ดินแดนที่โอบล้อมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว ป่าโอ๊ก และฝนที่โปรยเบาตลอดปี ห่างไกลจากความหรูหราของแวร์ซายและปารีสเป็นคนละโลก

แต่ยุคที่เขาเกิดมาคือยุค Siècle des Lumières — ยุคแห่งแสงสว่างของฝรั่งเศส วิทยาศาสตร์กำลังผงาดขึ้นท้าทายความเชื่อเก่า Voltaire เขียนบทกวีวิพากษ์ศาสนา Montesquieu ถกเรื่องกฎหมาย Diderot กำลังรวบรวม Encyclopédie ยักษ์ใหญ่แห่งความรู้ของมนุษย์ ฝรั่งเศสในยุคนั้นเชื่อว่าทุกอย่างสามารถเข้าใจได้ด้วยเหตุผล และการแพทย์ก็ควรเช่นกัน

ชายหนุ่มจากนอร์ม็องดีคนนี้เติบโตขึ้นมาในกระแสแห่งยุคสมัยนั้น เขาเชื่อว่าร่างกายมนุษย์คือระบบที่สามารถศึกษาและแก้ไขได้ — และดวงตาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

La Barre-en-Ouche เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในนอร์ม็องดีที่ไม่มีใครรู้จัก จนกระทั่งลูกชายของที่นั่นคนหนึ่งเดินทางไปเปลี่ยนประวัติศาสตร์การแพทย์ในเมืองท่าทางใต้ของฝรั่งเศส ปัจจุบันชื่อหมู่บ้านยังคงอยู่ใน Normandy ในฐานะส่วนหนึ่งของตำบล La Barre-en-Ouche

จากรูอ็องสู่ปารีส — ฝึกมือกับศัลยแพทย์ที่ดีที่สุด

Daviel เดินทางจาก Normandy มาฝึกวิชาการผ่าตัดที่เมือง Rouen เมืองหลวงแห่งแคว้นนอร์ม็องดี ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปยัง ปารีส ใจกลางอาณาจักรความรู้ของฝรั่งเศส ที่นั่นเขาได้เรียนรู้จากศัลยแพทย์ชั้นนำในยุคนั้น — ยุคที่การผ่าตัดกำลังเปลี่ยนสถานะจาก "งานช่าง" มาสู่ "วิทยาศาสตร์" อย่างช้าๆ แต่มั่นคง

ปารีสในยุค Louis XV คือศูนย์กลางวัฒนธรรมของยุโรป ที่ Hôtel-Dieu โรงพยาบาลเก่าแก่ใจกลางเมือง ศัลยแพทย์หนุ่มหลายคนฝึกฝนทักษะการตัดและเย็บแผลภายใต้แสงเทียนริบหรี่ Daviel เป็นหนึ่งในนั้น เขาซึมซับทั้งความแม่นยำของมือและความกล้าหาญในการตัดสินใจ — คุณสมบัติสองอย่างที่จะกลายเป็นชะตาของเขาในอีกหลายปีต่อมา

ราวปี ค.ศ. 1727 Daviel ตัดสินใจย้ายไปตั้งรกรากที่เมือง Marseille เมืองท่าทางใต้ที่คึกคักที่สุดของฝรั่งเศส ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่นั่นเขาเปิดคลินิกศัลยกรรม รับผู้ป่วยหลากชาติหลายภาษา ทั้งกะลาสีเรือ พ่อค้า และชาวบ้านทั่วไป — และบ่อยครั้ง ผู้ป่วยต้อกระจกที่ต้องการ Couching

ในศตวรรษที่ 18 วิชาศัลยกรรม (Surgery) ยังถูกแยกออกจากวิชาแพทย์ (Medicine) อย่างชัดเจน หมอผ่าตัดหลายคนถูกมองว่าสถานะต่ำกว่าแพทย์ทั่วไป แต่ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกๆ ที่ยกระดับศัลยกรรมให้เป็นวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มตัว ในปี 1731 Royal Academy of Surgery ก่อตั้งขึ้นในปารีส — ทำให้ Daviel มีเวทีระดับชาติสำหรับนำเสนองานของเขาในอีก 20 ปีต่อมา

8 เมษายน 1747 — วันที่การผ่าตัดผิดพลาด และประวัติศาสตร์เริ่มต้น

เช้าวันนั้นที่ Marseille ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าจะเกิดสิ่งพิเศษ Daviel กำลังทำ Couching ตามปกติ — หัตถการที่เขาทำมาหลายร้อยครั้งแล้ว เอาเข็มแทงเข้าไปในตาของผู้ป่วย แล้วพยายามดันเลนส์ขุ่นให้หลุดออกจากตำแหน่งเดิม แต่วันนั้นเลนส์ไม่ยอมเคลื่อน ไม่ว่าจะดันอย่างไรก็ไม่ได้ผล และผู้ป่วยกำลังทนทุกข์ทรมานอยู่ต่อหน้า

ในห้วงวิกฤตนั้น Daviel ตัดสินใจในแบบที่ไม่มีศัลยแพทย์คนใดเคยทำมาก่อน เขาหยิบมีดผ่าตัด กรีดเปิดกระจกตาของผู้ป่วยออกเป็นแผลโค้ง แล้ว นำเลนส์ที่ขุ่นออกมาจากลูกตาจริงๆ ไม่ใช่แค่ดันมันให้พ้นทาง — แต่เอามันออกไปจากร่างกายผู้ป่วยเลย ไม่มีตำราไหนสั่งเขา ไม่มีครูใดบอกว่าต้องทำแบบนี้ มันคือการตัดสินใจเฉพาะหน้ากลางการผ่าตัดจากสัญชาตญาณของศัลยแพทย์ที่ฝึกฝนมาตลอดชีวิต

ผู้ป่วยรอดชีวิต และมองเห็นได้อีกครั้ง Daviel จดบันทึกทุกรายละเอียดของวันนั้น แล้วเริ่มทดลองซ้ำอย่างระมัดระวังกับผู้ป่วยต้อกระจกรายต่อๆ มา ตลอด 5 ปีถัดจากนั้น เขาสะสมประสบการณ์กว่า 200 เคส ก่อนที่จะนำเสนอผลงานต่อโลกในปี 1752 ในงานตีพิมพ์ชื่อ "A New Method of Curing Cataracts by Extraction of the Crystalline Lens" — หนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ศัลยกรรมตา

หนึ่งในผลสำเร็จสูงสุดของ Daviel คือการได้รับแต่งตั้งเป็น Oculist to King Louis XV แห่งฝรั่งเศส — หมอตาประจำองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ศัลยแพทย์ฝรั่งเศสจะได้รับในยุคนั้น การยอมรับจากราชสำนักแวร์ซายช่วยให้วิธีผ่าตัดแบบใหม่ของเขาแพร่กระจายสู่ทั่วยุโรปในเวลาอันสั้น

Daviel เป็นศัลยแพทย์ที่เมือง Marseille ทางใต้ของฝรั่งเศส เขาทำ Couching มาหลายปีและเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าผู้ป่วยหลายคนกลับมาด้วยตาอักเสบ ติดเชื้อ บางรายตาบอดถาวร เพราะเลนส์ที่ถูกดันลงไปยังลอยอยู่ในลูกตา — มันไม่ได้หายไปไหน

Daviel ถามตัวเองว่า แทนที่จะดันเลนส์ให้ตก ทำไมไม่ เอาเลนส์ขุ่นออกจากตาไปเลย? ปี 1747 เขาทำ Extracapsular Extraction สำเร็จเป็นครั้งแรก — กรีดเปิดกระจกตา แล้วนำเลนส์ขุ่นออกจากตาจริงๆ

ผลลัพธ์ดีกว่า Couching อย่างชัดเจน เมื่อเลนส์ขุ่นถูกเอาออกไปแล้ว ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเหลืออยู่ในลูกตา โอกาสอักเสบน้อยกว่า ผู้ป่วยมองเห็นได้ดีขึ้น แม้จะยังต้องใส่แว่นหนามากหลังผ่าตัดเพราะไม่มีเลนส์เทียมในยุคนั้น

📋 ผลงานของ Daviel ที่บันทึกไว้

Daviel นำเสนอผลงานต่อ Royal Academy of Surgery ในปารีส รายงานว่าเขาผ่าตัดแบบใหม่สำเร็จ 206 เคส มีอัตราสำเร็จสูงกว่า Couching อย่างมาก ผู้ป่วยมองเห็นได้ดีขึ้นและมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า แม้จะยังไม่มียาชาและยาฆ่าเชื้อในยุคนั้น

ภาพประกอบการผ่าตัดต้อกระจกของ Daviel
ภาพประกอบจากงานของ Daviel 1753 — วิธีการ Extracapsular Cataract Extraction ที่เขาพัฒนา — Wikimedia Commons / Public Domain
"
Daviel เปลี่ยนแนวคิดพื้นฐานของการรักษาต้อกระจก จาก "ซ่อนปัญหา" (ดันเลนส์ให้พ้นทาง) เป็น "แก้ปัญหาจริง" (เอาเลนส์ขุ่นออก) แนวคิดนี้ยังเป็นหลักการเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดต้อกระจกปัจจุบัน
💎
1747
→ ปัจจุบัน

จาก Daviel สู่เลนส์เทียม IOL

Phacoemulsification · IOL · ผ่าตัด 15 นาทีกลับบ้านได้เลย

หลัง Daviel งานวิจัยและเทคโนโลยีพัฒนาต่อเนื่องสองร้อยกว่าปี จาก "กรีดแผลใหญ่เอาเลนส์ออก" มาสู่ "แผลจิ๋ว สลายเลนส์ด้วยคลื่นเสียง แล้วใส่เลนส์เทียมพับได้เข้าไปแทน"

ปี 1967 Charles Kelman คิดค้น Phacoemulsification — ใช้คลื่นอัลตราซาวด์สลายเลนส์ขุ่นให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วดูดออกผ่านแผลเล็กแค่ 2-3 มิลลิเมตร จากนั้นใส่ เลนส์เทียม (IOL) เข้าไปแทน

เลนส์แก้วตาเทียม Intraocular Lens IOL
Intraocular Lens (IOL) — เลนส์เทียมที่ฝังแทนเลนส์ต้อกระจก — พัฒนาต่อจากงานของ Daviel — Wikimedia Commons / CC BY-SA

ปัจจุบันการผ่าตัดต้อกระจกเป็นหนึ่งในหัตถการที่พบบ่อยที่สุดในโลก มากกว่า 20 ล้านเคสต่อปี ใช้เวลาเพียง 15-30 นาที ยาชาเฉพาะที่แบบหยอด ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ผ่าตัดเสร็จกลับบ้านได้เลย — ระยะทาง 275 ปีจากวันที่ Daviel กรีดเปิดตาด้วยมือเปล่าในห้องไม่มียาชา

การผ่าตัดต้อกระจกสมัยใหม่ Phacoemulsification
Phacoemulsification สมัยใหม่ — ผ่าตัดต้อกระจกด้วยคลื่นเสียง — วิวัฒนาการ 275 ปีจากงานของ Jacques Daviel — Wikimedia Commons / CC BY-SA

ต้อกระจกกับแว่นตา — เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ในระยะแรกที่ต้อกระจกยังไม่มาก การเปลี่ยนค่าแว่นตาช่วยได้บ้าง เพราะต้อกระจกทำให้ค่าสายตาเปลี่ยน ถ้าคุณรู้สึกว่าค่าแว่นเปลี่ยนเร็วผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของต้อกระจกระยะแรก ควรปรึกษาจักษุแพทย์

หลังผ่าตัดต้อกระจก ค่าสายตาจะเปลี่ยนอีกครั้ง หลายคนต้องทำแว่นใหม่ โดยเฉพาะถ้าใส่เลนส์เทียมแบบ Monofocal อาจต้องใช้แว่นอ่านหนังสือหรือ Progressive เพิ่ม

คำถามที่พบบ่อย

ต้อกระจกเกิดจากอะไร? ▸

สาเหตุหลักคืออายุ เลนส์แก้วตาจะค่อยๆ ขุ่นมัวตามธรรมชาติ มักเริ่มสังเกตได้หลังอายุ 60 ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ เบาหวาน การสูบบุหรี่ แสง UV สะสม การใช้ยาสเตียรอยด์ระยะยาว และการเคยได้รับบาดเจ็บที่ตา

ผ่าตัดต้อกระจกเจ็บไหม? ▸

ปัจจุบันแทบไม่เจ็บ ใช้ยาชาเฉพาะที่แบบหยอดตา ระหว่างผ่าตัดรู้สึกแค่แรงกดเบาๆ ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ผ่าเสร็จพักสักครู่แล้วกลับบ้านได้เลย ต่างจากยุค Daviel ที่ต้องทนเจ็บโดยไม่มียาชาอย่างมาก

แหล่งอ้างอิง

  1. Daviel, J. (1753). "Sur une nouvelle méthode de guérir la cataracte par l'extraction du crystallin." Mémoires de l'Académie Royale de Chirurgie, 2, 337-354.
  2. Rucker, C.W. (1965). "Cataract: A Historical Perspective." Investigative Ophthalmology, 4(4), 377-383.
  3. Kelman, C.D. (1967). "Phaco-emulsification and aspiration." American Journal of Ophthalmology, 64(1), 23-35.
  4. World Health Organization. (2023). World Report on Vision.